อาจารย์ ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ดี จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ ดร.กนกรัตน์  เลิศชูสกุล ภาควิชาการปกครอง ที่ได้รับการตัดสินจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ให้ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ ประจำปี 2559 ระดับดี จากผลงานวิทยานิพนธ์เรื่อง

“The Rise of the Octobrists: Power and Conflict among Former Left Wing Student Activists in Contemporary Thai Politics” (การเติบโตของคนเดือนตุลา: พลังและความขัดแย้งของนักศึกษานักกิจกรรมฝ่ายซ้ายในการเมืองไทยร่วมสมัย)

วิทยานิพนธ์เล่มดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในระดับปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ณ Department of Government, London School of Economics and Political Science สหราชอาณาจักร

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดวิทยานิพนธ์ ได้ที่นี่

วิทยานิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือ ชื่อ The Rise of the Octobrists in Contemporary Thailand  โดย Yale Southeast Asia Studies (Monograph #65)

 

 

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กำหนดจัดงานแถลงข่าว “รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ ประจำปี 2559 และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2560”  ในวันที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติฯ ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2560 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น. ณ Event Hall 102 -104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

*******

รายละเอียดโดยย่อของวิทยานิพนธ์
“การเติบโตของคนเดือนตุลา: พลังและความขัดแย้งของนักศึกษานักกิจกรรมฝ่ายซ้ายในการเมืองไทยร่วมสมัย” 

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษา “คนเดือนตุลา” อดีตนิสิตนักศึกษาผู้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตยในช่วงทศวรรษ 2510 ถึง 2520 อย่างเป็นระบบ เพื่อตอบคำถามว่าทำไมพวกเขาจึงสามารถกลับมามีบทบาทและความสำคัญต่อการเมืองไทยนับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 2530 จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่อดีตนักเคลื่อนไหวทั่วโลกในยุคสมัยเดียวกันกลับไม่สามารถกลับมามีบทบาททางการเมือง

นับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 2530 เป็นต้นมา “คนเดือนตุลาฯ” อดีตนักศึกษานักกิจกรรมในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 เริ่มกลับมามีบทบาททางสังคมและการเมืองมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งการเมืองในระบบรัฐสภาและการเมืองนอกสภา คนเดือนตุลาฯจำนวนมากกลายเป็นผู้นำและผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมัยใหม่หลังยุคเดือนตุลาฯ ที่ครั้งสำคัญหลายครั้ง เช่น การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของชนชั้นกลางในปี 2535 เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านการเข้ามาแทรกแซงการเมืองของทหาร  การขยายตัวของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมตลอดช่วงทศวรรษ 2530 การปฏิรูปการเมืองในช่วงท้ายของทศวรรษ 2530 รวมทั้งการก่อตัวขึ้นของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคไทยรักไทยและนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในปี 2544

ตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาอดีตนิสิตนักศึกษานักกิจกรรมฝ่ายซ้ายทั่วโลกส่วนใหญ่ประสบความล้มเหลวในการต่อสู้เพื่ออยู่รอดและกลับมามีบทบาททางการเมืองหลังการล่มสลายลงของขบวนการและรัฐบาลสังคมนิยมทั่วโลก แต่ในกรณีประเทศไทยอดีตนิสิตนักศึกษาเหล่านี้หรือที่รู้จักกันในนามคนเดือนตุลาฯ ประสบความสำเร็จในการขยายบทบาทและอิทธิพลทางการเมืองของพวกเขาในการเมืองไทยสมัยใหม่ วิทยานิพนธ์ชิ้นนี้อธิบายความสำเร็จในการดำรงบทบาททางการเมืองของคนเดือนตุลาฯ ในยุคหลัง เดือนตุลาฯ ผ่านปัจจัยหลักที่สำคัญ คือ การใช้โอกาสทางการเมืองใหม่ๆ (Political Opportunity Structure) การก้าวข้าวอุปสรรคในอดีต การใช้ประโยชน์และระดมทรัพยากรทางการเมือง (Mobilization Structures) ทั้ง ทักษะทางการเมือง เครือข่ายทางสังคมที่กว้างขวาง ความเป็นนักกิจกรรม เป็นการจัดโครงสร้างการเคลื่อนไหว (Organizational Structure) และที่สำคัญคือ การประกอบสร้างอัตลักษณ์ทางการเมือง (Political Identity) ของความเป็น “คนเดือนตุลาฯ” ลบภาพอดีตนักศึกษาฝ่ายซ้ายผู้พ่ายแพ้ และสร้างความเป็นตัวตนใหม่ของพวกเขาในฐานะ อดีตนิสิตนักศึกษาผู้บริสุทธิ์ที่รักและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกิจกรรม แนวคิด และผลประโยชน์ทางการเมืองแบบใหม่ๆ ของพวกเขา

ในขณะเดียวกันในช่วง 10  กว่าปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพลังสนับสนุนและต่อต้านระบอบทักษิณ  อดีตนักศึกษาฝ่ายซ้ายเหล่านี้กลับแตกแยก และต่อสู้กันเอง เพื่อปกป้องจุดยืนทางการเมืองและโจมตีคนเดือนตุลาฯ ที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามหรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างรุนแรง

ดังนั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงพยายามตอบคำถามว่าทำไมคนเดือนตุลาฯ จึงสามารถกลับมามีบทบาททางการเมืองได้หลังการล่มสลายของขบวนการฝ่ายซ้ายและกลายเป็นพลังทางการเมืองที่สำคัญทั้งที่การเมืองในระบบรัฐสภาและนอกสภา ทำไมพวกเขาจึงแตกแยกอย่างรุนแรงและต้องเผชิญกับวิกฤติการด้านความชอบธรรมของพวกเขาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา

สำหรับความขัดแย้งและวิกฤตความของชอบธรรมที่ก่อตัวขึ้นในกลุ่มคนเดือนตุลาฯ ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา วิทยานิพนธ์ชิ้นนี้นำเสนอคำอธิบายที่สำคัญได้แก่ ประการแรก ความแตกต่างของคนเดือนตุลาฯ ในกลุ่มต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นหลังยุคเดือนตุลาฯ เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ในหมู่คนเดือนตุลาฯในปัจจุบัน ประการที่สอง การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากรัฐบาลอ่อนแอที่ประกอบไปด้วยพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมาก มาสู่รัฐบาลพรรคเดียวที่มีความเข้มแข็งของรัฐบาลนายกทักษิณ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนเดือนตุลาฯในหลากหลายกลุ่มที่เคยประนีประนอมก่อนหน้านี้ กลายเป็นความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้าและต่อสู้กันเอง ประการที่สาม กรอบและอัตลักษณ์ความเป็นคนเดือนตุลาฯ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยรวมอดีตนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ล้มเหลวในการเยียวยาความแตกต่างและความขัดแย้งที่พัฒนาขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หนำซ้ำยังกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการต่อสู้และโจมตี คนเดือนตุลาที่มีจุดยืนทางการเมือง และผลประโยชน์ ที่แตกต่างจากตน

ผลการศึกษาของงานชิ้นนี้ช่วยเติมเต็มช่องการศึกษาขบวนการนักศึกษาในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองทั้งในในระดับโลกที่มีต่อคำถามเกี่ยวกับพัฒนาการประวัติศาสตร์ของพลังฝ่ายซ้ายและฝ่ายก้าวหน้าในหลังยุคสงครามเย็น

นอกจากนั้นงานชิ้นนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ความคนในใจทฤษฎีขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement Theory) เนื่องจากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าทฤษฎีดังกล่าวมีประโยชน์และมีอิทธิพลในการอธิบายพลังทางการเมืองนอกรอกขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมทั่วๆไป และที่สำคัญงานชิ้นนี้ใช้ กรอบโครงสร้างโอกาสทางการเมือง (Political Opportunity Structure) ทฤษฎีการระดมทรัพยากร (Resource Mobilization Theory) และ ขบวนการสร้างกรอบโครงทางความคิด (Framing Process) ในการวิเคราะห์จุดกำเนิด การเติบโต และการเปลี่ยนแปลง ของคนเดือนตุลาในการเมืองไทยร่วมสมัย