สาเหตุของการเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนและอาชญากรรม

 

แนวคิดของสำนักคลาสสิค (Classical School)

ของ Cesare Baccaria

     มนุษย์มีอิสระที่จะเลือกตัดสินใจในสิ่งที่เห็นว่าได้ประโยชน์มากกว่าสิ่งที่เสียประโยชน์

“มนุษย์มีเจตจำนงอิสระ (Free Will) ในการเลือกการกระทำ”

ผู้กระทำผิด หรือผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน เนื่องจาก

-ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

-บทลงโทษที่เคยได้รับไม่มีความรุนแรง

 

แนวคิดของสำนักปฏิฐานนิยม (Positive School)

ของ Cesare Lombroso

คนกระทำผิดหรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนเนื่องจากถูกสภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ บีบบังคับให้ประกอบอาชญากรรม

สิ่งที่บีบบังคับ คือ Determinism

“อาชญากร หรือผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน เปรียบเสมือน ผู้ป่วย จำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา”

Bring Back Beast : B.B.B) –การแก้ไขผู้มีบุคลิกภาพเสียให้กลับสู่สังคม

สิ่งแวดล้อมที่บีบบังคับให้คนต้องกระทำผิดหรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน

1.สิ่งแวดล้อมระดับมหภาค

  • เศรษฐกิจ 

  • สังคม 

  • การเมือง

2. สิ่งแวดล้อมระดับจุลภาค

  • ครอบครัว

  • โรงเรียน

  • การคบเพื่อน

  • ที่อยู่อาศัย

  • สื่อมวลชน

  • อาชีพ

  • อบายมุข

  • ศาสนา

3. สิ่งแวดล้อมระดับชีวภาพ

  • ร่างกาย

  • จิตใจ

นำไปสู่พฤติกรรมเบี่ยงเบน และพฤติกรรมอาชญากร

* Determism สิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนด บีบคั้น หล่อหลอม

 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดและพฤติกรรมเบี่ยงเบน

ทฤษฎีความแตกต่างในการคบหาสมาคม

(Theory of Differential Association)

: ซัทเธอร์แลนด์ :

พฤติกรรมทางอาชญากรหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบน เรียนรู้โดย

: การติดต่อกันอย่างใกล้ชิดภายในกลุ่ม : ความประพฤติที่แสดงมาในลักษณะ

อาชญากรหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบน ขึ้นอยู่กับ

: ความแตกต่างในช่วงระยะเวลา

: ความสม่ำเสมอในการติดต่อ

= ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ทฤษฎีการกระทำผิดและพฤติกรรมเบี่ยงเบนแนวพุทธ

การกระทำผิดหรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนของคน เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่

1.ปัจจัยทางจิต เช่น

: โลภ โกรธ หลง

: อยากมี อยากได้

อยากเป็น อยากไม่เป็น

2.ปัจจัยทางสังคม มิจฉาทิฐิ เช่น

:การคบคนพาล หรือ อาชญากรรม

:ถิ่นที่อยู่อาศัย

:ความเห็นผิด

3.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น

:วัตถุอันเป็นที่รัก

:สถานที่เสี่ยงภัย

:เวลาไม่สมควร

:สิ่งเสพติด

:อาวุธ

ทฤษฎีอาชญากรโดยกำเนิด (Born Criminal)

ของ Cesare Lombroso

อาชญากรซึ่งมีลักษณะของอาชญากรมาตั้งแต่กำเนิด โดยแสดงให้เห็น

-ทางรูปร่าง

-กะโหลกศีรษะ รูปสี่เหลี่ยม

-ใบหน้าโบราณ คล้ายมนุษย์โบราณสมัยโครมันยอง

-แววตาเหี้ยมโหด

 ฤษฎีการขัดเกลา

ของ David Matzd

     พฤติกรรมอาชญากรหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบนเกิดจากขาดกระบวนการในการขัดเกลาทางสังคม (Socialization)

-ครอบครัว

-ชุมชน

-สังคม

โดยกระบวนการขัดเกลาทำหน้าที่ถ่ายทอด

-ค่านิยม

-ความเชื่อ

-แบบแผนการปฏิบัติ ประเพณี วัฒนธรรม

ทฤษฎีตีตรา (Labelling)

ของ Howard S. Becker

     - พฤติกรรมเบี่ยงเบน / พฤติกรรมอาชญากร ถูกกำหนดโดยกลุ่มคนรอบๆ ข้าง หรือโดยสังคม

     - พฤติกรรมอาชญากรมิใช่คุณสมบัติของผู้เป็นเจ้าของ แต่เกิดจากการที่สังคมกำหนดบุคคลต่างๆ

     - สังคมมองบุคคลนั้นเป็นอย่าง บุคคลดังกล่าวจะปฏิบัติดังนั้น

*ปฏิบัติตามที่สังคมได้ตีตรา*

ทฤษฎีตราบาป (Stigma)

ของ Erving Goftman

     การที่สังคมกำหนดตีตรา หรือกำหนดพฤติกรรมของบุคคลในสังคมเป็นการกระทำผิด จะเปรียบเสมือนตราบาปหรือรอยมลทินที่กำหนดพฤติกรรมของบุคคลนั้นให้กระทำผิด หรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนตามตราบาป หรือรอยมลทินที่ได้รับจากสังคม

ทฤษฎีความผูกพันทางสังคม (Social Bond)

ของ Travid Hischi

บุคคลมีความผูกพันกับสังคมมาก พฤติกรรมเบี่ยงเบน หรือ อาชญากรรมเกิดน้อย

บุคคลมีความผูกพันกับสังคมน้อย พฤติกรรมเบี่ยงเบน หรืออาชญากรรมเกิดมาก

ความผูกพัน ได้แก่

1. ผูกพันต่อครอบครัว

2. ผูกพันต่อชุมชนที่อาศัยอยู่

3. ผูกพันต่อสังคมโดยรวม

ประกอบอาชญากรรมหรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน เพราะ

1. ไม่ผูกพันต่อครอบครัว

ครอบครัวอยู่แบบตัวใครตัวมัน หาเช้ากินค่ำ ฐานะยากจน

2. ไม่ผูกพันต่อชุมชนที่อาศัยอยู่

-ชุมชนแออัด มีความเป็นอยู่แบบตัวใครตัวมัน

-ไม่มีกิจกรรมในชุมชนร่วมกัน

-วัดไม่สามารถเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนได้

3. ไม่ผูกพันต่อสังคมโดยรวม

-การอพยพย้ายถิ่นฐาน ทำให้ไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่อาศัยอยู่

ทฤษฎีการเลียนแบบ (Imitaion Theory)

Garbriel Trade

พฤติกรรมเบี่ยงเบน หรือ อาชญากรรมเกิดขึ้นเพราะการเลียนแบบ

-พฤติกรรมผู้อื่น

-สื่อมวลชน

ทฤษฎีการควบคุม (Control Theory)

Emile Durkhcim

ความผูกพันทางสังคมสามารถควบคุมพฤติกรรมอาชญากรหรือพฤติกรรมอาชญากรได้

 

ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์

(Abraham Maslow)

มนุษย์มีความต้องการ 5 ลำดับ ด้วยกัน เป็นความต้องการร่างกายและจิตใจ

ได้แก่

ลำดับที่ 1

ความต้องการขั้นพื้นฐาน

-ปัจจัยสี่

-เพศ

ลำดับที่ 2

ความมั่นคงปลอดภัย

- ร่างกาย

- จิตใจ

ลำดับที่ 3

ความรักความเข้าใจ

ลำดับที่ 4

เกียรติยศ -การได้รับความยอมรับ

ยกย่องสรรเสริญ

ลำดับที่ 5

ประสบความสำเร็จในชีวิต

 -การงาน

 -ครอบครัว

 

ทฤษฎีจิตวิเคราะห์

ซิกมันต์ ฟอรยด์ (Sigmund Frued)

จิตใจของคนเรา ประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 ส่วน ได้แก่

1. Id -สภาพจิตใจที่ไม่ได้ขัดเกลา

-โครงสร้างจิตใจขั้นพื้นฐาน

-สัญชาตญานที่ฝังลึกเป็นบุคลิกภาพ

จากแรงผลักดันทางชีววิทยา

Ex. *เด็กจะร้องไห้ เมื่อ

 -หิว

-ก้นเปียกแฉะ

-กินไม่อิ่ม

*ผู้ใหญ่

-ต้องการปัจจัยสี่

-ความต้องการทางเพศ

2. Ego -ได้รับการพัฒนาจาก Id

-เป็นส่วนประกอบที่ 2 ของบุคลิก

อัตตา -ผ่านการเรียนรู้ระหว่าง

*ตนเอง + สิ่งแวดล้อม

-จิตใจขั้นนี้เริ่มรู้จัก เข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น

*เริ่มรู้จักตนเอง

*รู้จักภาวะที่เป็นความจริง

-เหตุการณ์ บุคคล สถานที่

*เริ่มมีความรู้สึกที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ในความเป็นจริง

Ego อาจเป็นเครื่องมือของ Id

เพื่อแสวงหาความต้องการ

ภาวะ Ego ยังไม่ได้ปรุงแต่งทางสังคม

3. Super Ego ภาวะจิตใจขั้นสูงสุด

อภิอัตตา -ได้รับอิทธิพลจาก

*ศีลธรรม

*ศาสนา

*การคำนึงถึงความผิดบาป

*การยึดมั่นในจารีตประเพณี

*กฎเกณฑ์ของสังคม

*การอบรมสั่งสอน

*การลงโทษ

จิตใจขั้นนี้คำนึงถึง :

- ความคิด + ความรู้สึกที่เป็นนามธรรม

= มโนธรรม

(เด็กอายุ 3-5 ปี เริ่มมี Super Ego)

ถ้า บุคคลใดมี Super ego หรือ Ego มากกว่า Id

* จะไม่ประกอบอาชญากรรม

ถ้า บุคคลใดมี  Id  มากกว่า Super ego หรือ Ego

* จะประกอบอาชญากรรม หรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน

เนื่องจากกระทำตามความต้องการของตัวเอง ขาดการยับยั้งชั่งใจ

ทฤษฎีของ “ลอมโบรโซ”

โดยศึกษานิสัยบุคคลโดยดูจาก “กะโหลกศรีษะ” และสรุปว่า

-พฤติกรรมอาชญากรหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบนเป็นมรดกทางกายภาพ + จิตใจ

แสดงโดย : บุคลิกลักษณะ + แววตา

: กะโหลกศรีษะ + โครงสร้างสมอง

เป็นอาชญากรโดยกำเนิด

-บกพร่องทางกายภาพ

-พฤติกรรมคล้ายสัตว์

-กลุ่มชนป่าเถื่อน

ทฤษฎีมาร์คซิสซ์ (Marxist)

Karl Mark

     ระบบทุนนิยม (Capitalism) ก่อให้เกิดระบบชนชั้นนายทุน + แรงงาน  มีการเอารัดเอาเปรียบชนชั้นแรงงาน

พฤติกรรมเบี่ยงเบน หรือ อาชญากรจึงเกิดจากระบบทุนนิยม

แนวทางแก้ไข คือ การปฎิวัติ ไปสู่ระบบสังคมนิยม

Conflict + Radical Theory

Karl Mark

-ระบบทุนนิยมก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชนชั้น

-ชนชั้นนายทุนเอารัดเอาเปรียบชนชั้นแรงงาน

โดยการออกกฎหมาย + กระบวนการยุติธรรม รับใช้ชนชั้นนายทุน หรือ ชนชั้นปกครอง

-แรงงานต่อต้านโดยประกอบอาชญากรรม

การเกิดอาชญากรรมหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบน จึงเกิดจากความแตกต่างระหว่างชนชั้น

*การแก้ปัญหาถอนรากถอนโคน ระบบใหญ่*

ปัจจัยด้านชีวภาพ

ต่อมไร้ท่อ

อาชญากรหรือผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนเกิดจาก ต่อมไร้ท่อผิดปกติ ผลิตฮอร์โมนมาก

 

โครโมโซม

supermale (Patricia Jacob)

โครโมโซมทำหน้าที่ในการจำแนกเพศ กล่าวคือ

(เงื่อนไขการลดโทษในคดี)

ปัจจัยทางกายภาพ

1. สภาพร่างกาย

-ส่วนสูง น้อยกว่าปกติ

-น้ำหนัก

มีส่วนสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมเบี่ยงเบน และอาชญากร

2. สภาพแวดล้อม

-อากาศร้อน ประกอบอาชญากรรมมาก

คดี ฆ่า, ปล้น

-อากาศเย็น อาชญากรรมน้อย

Ex. ชิงทรัพย์

สภาพแวดล้อมทางกายภาพ อาทิ สภาพอากาศ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมเบี่ยงเบนและอาชญากร

สื่อมวลชน

สื่อมวลชน มีบทบาทสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมเบี่ยงเบนและอาชญากร ดังนี้

1. โทรทัศน์

2. V.D.O

3. วิทยุ

Ex. สมพล

4. หนังสือพิมพ์

 เลียนแบบ Ex. ฆ่าตัวตาย

5. คอมพิวเตอร์

อินเตอร์เน็ต

การค้ายาเสพย์ติด

โสเภณี

สูตรประกอบระเบิด

การนัดหมาย

การฆ่าคน

“141 Hacker”

“War Game”

6. ภาพยนตร์

ถ่ายทอดความรุนแรง

การเลียนแบบ

7. เกมส์ต่างๆ

V.D.O. Game

Game Computer

ถ่ายทอดความรุนแรง

เลียนแบบ

Ex. “ดุ๊กนูเกมส์” และ “ดูม”

-จำลองสถานการณ์ต่อสู้อันซับซ้อน

-เช่นเดียวกับฝึกฝนทหารให้ฆ่าคน

*สร้างประสบการณ์ที่โหดร้ายให้กับผู้เล่น

-เลียนแบบ

 

ปัจจัยทางครอบครัวที่มีส่วนสัมพันธ์กับอาชญากรรมและพฤติกรรมเบี่ยงเบน

บรรยากาศของครอบครัวต่อสมาชิก

1. บุคลิกภาพ

2. ความสัมพันธ์ของครอบครัว

3. ความมีคุณธรรม (Super Ego)

4. ความสามารถในการสมาคมกับบุคคลอื่น

บรรยากาศของบ้านต่อบุคลิกภาพสมาชิก

บ้าน บุคลิกภาพ

1. วิพากษ์ วิจารณ์ = เรียนรู้ตำหนิผู้อื่น

2. โกรธ เกลียด ปรปักษ์ = ทะเลาะ

3. หวาดกลัว เกรงกลัว = ขี้กลัว ตกใจง่าย

4. สงสาร สมเพท เวทนา = มองตัวเองน่าสงสาร

     บุคลิกยอมตาม

5. อดทน อดกลั้น=  การอดทน อดกลั้น

6. ส่งเสริม ให้กำลังใจ  =เชื่อมั่นในตัวเอง

7. ยกย่อง สรรเสริญ ชื่นชม =  รู้จักคุณค่าคน

8. ให้ความสำคัญ = ให้คุณค่าตัวเอง

ยอมรับคุณค่า มีจุดมุ่งหมายในชีวิต

9. มีความยุติธรรม = ความเที่ยงธรรม

10. ซื่อสัตย์ = ซื่อสัตย์

11. ความรัก ความเอาใจใส่ = รักผู้อื่น

12. ปลอดภัยทางจิตใจและร่างกาย = ให้ความเชื่อถือไว้วางใจคนอื่น

“A house is made of bricks and stones but the home is made of love alone”

 

บุคลิกภาพของผู้กระทำผิดหรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน

1. ไม่มีการศึกษา

2. บิดา มารดาขาดการศึกษา

3. ครอบครัวมีปัญหา *ดาวกระจาย * ยิปซี *ลูกระเบิด

4. ฐานะเศรษฐกิจ ยากจน รายได้ต่ำ

5. เฉยเมย ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เห็นแก่ตัวมาก

6. มีกลไกการป้องกันตัวเอง

7. รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า

8. อารมณ์และจิตใจมีความแปรปรวน

9. ชอบแสดงออกถึงความเป็น “ลูกผู้ชาย”

 

************************************

  หน้าถัดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1